lnwshop logo
  • ตอบกระทู้
  • ตั้งกระทู้ใหม่
QUOTE 

สอบถามเกี่ยวกับ Oil

Ishibashi
Ishibashi (Guest)
IP: 203.170.146.x
1 ปีที่ผ่านมา

 

"น้ำมันที่ไม่ควรใช้กับผิวหน้า   : Mineral Oil (ผลพลอยได้จากการกลั่นปริโตรเลี่ยม มีหลายชื่อมาก ทั้งเบบี้  น้ำมันแก้ว White Oil น้ำมันคาร์เนชั่น ซึ่งควรจะใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ไม่ควรใช้กับผิวทุกส่วน แต่เพราะราคาถูกมาก จึงนิยมใช้กันมาก ) , Coconut Butter , Coconut Oil , Cotton Seed Oil , Corn Oil,Hydrogenated Vegetable Oil ,Mink Oil , Shark Liver Oil ,   Soybean Oil , Sulfated Castor Oil ,Wheat Germ Oil , Olive Oil , Linseed Oil , Peach Kernal Oil ,Sweet Almond Oil / Sandelwood Seed Oil, Peanut Oil , Almond Oil,Apricot Kernel Oil,Avocado Oil ,Chaulomoogra Oil, Evening Primrose Oil, Caprylic/Capric Triglyceride (อีกชื่อของน้ำมันมะพร้าวชนิดพิเศษ),Squalane (ชนิดสังเคราะห์ ไม่ได้มาจากพืช)"

 

มีความสงสัยครับ

จากบทความนี้ที่ทาง JZ เขียนไว้ว่า 
Olive Oil ,Apricot Kernel Oil,Avocado Oil,Evening Primrose Oil,Sulfated Castor Oil,Wheat Germ Oil เป็นน้ำมันที่ไม่ควรใช้กับผิวหน้า แต่หลายๆ สำนักกลับใช้และวางขายกันอย่างแพร่หลาย อย่างเช่นที่เห็นบ่อยคือ Castor oil(Cosmetic grade grade อุตสาหกรรมถือว่าเป็นพิษ) ที่มักนิยมมาทำเป็น Cleansing oil แบบ DIY โดยผสมกับ Oil ชนิดอื่นเพื่อลดอาการแห้ง เช่น Olive oil และใช้ล้างกำจัดเครื่องสำอางค์ หรือเห็นหลายๆ บทความเขียนถึงคุณประโยชน์ของ Avocado Oil,Evening Primrose Oil,Wheat Germ Oil ไว้มากมายว่าสามารถนำมานวดหน้ากำจัดสิวได้บ้าง ทำให้นุ่มบ้าง คือตอนนี้รู้สึกงงไปหมด ยังไงขอรายละเอียดคำอธิบายเพิ่มหน่อยครับ

จากความเข้าใจส่วนตัว Oil ทั้งหลายก่อให้เกิดการอุดตันได้ในกรณีใส่ทิ้งไว้ แต่ถ้านวดแล้วล้างออกอันนี้ไม่ถือว่าเป็นอันตรายหรือเปล่าครับ กับอีกกรณีในผลิตภัณฑ์ที่ใช้กำจัดสิ่งสกปรก จำพวกสบู่ สบู่เหลวที่ทำจาก oil ธรรมชาติเหล่านี้มักมีการทำความสะอาดไม่หมดจด หากจะทำความสะอาดหมดจดก็ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่ล้างแบบ non-ionic เท่านั้น ความอันตรายที่ว่ามันเป็นลักษณะนี้หรือเปล่าครับ หรือมีอาการสารพิษอย่างอื่นที่ผมไม่ทราบช่วยบอกเป็นวิทยาทานหน่อยครับ เพราะโดยปรกติทำสบู่และเครื่องสำอางค์ใช้เองในครัวเรือนครับ

QUOTE 
ความคิดเห็นที่ #1
เจ้าของร้าน
เจ้าของร้าน
1 ปีที่ผ่านมา

จริงๆ อยากให้ไปถามในกลุ่มจะดีกว่านะครับ ผมไม่ค่อยมีเวลาเข้าเน็ต อาจจะตอบช้า หรือไม่ค่อยอัพเดทในเว็บบอร์ดนี้นะครับ เพราะไม่มีเวลาดูแล แต่ในกลุ่มจะมีคนมาช่วยตอบ และผมจะไปช่วยตอบที่นั่นเป็นประจำอะครับ  https://www.facebook.com/groups/jzserum/

ในกรณีนี้ น้ำมันที่พูดถึง คือน้ำมันที่ไม่เหมาะกับการทาทิ้งไว้ที่ผิวครับ  โดยเฉพาะประเทศเมืองร้อนอย่างเรา แต่หลายตัว สามารถใช้ในสูตรคลีนซิ่งออย หรือผสมในสบู่ได้ครับ  แต่การใช้สบู่ที่ทำจากน้ำมันและสารประเภทด่าง ผสมกัน  ก็ยังเสี่ยงทำร้ายผิว ถ้าไม่ปรับ pH ให้เหมาะสม และคราบไคลที่เกิดจากสบู่ อ้างอิงนักวิจัยด้านผิว เขาบอก มันเหมาะกับการอาบน้ำมากกว่าล้างหน้าอะครับ   โดยส่วนตัวแล้วผมเน้นไปทาง ธรรมชาติบำบัดประยุกต์  

อย่างน้ำมันละหุ่ง ถ้าจะนำมาใช้ ถ้าเป็นฟูดเกรดที่กินได้ ก็สามารถนำมาใช้ได้นะครับ เกรดอื่นควรงดเว้นเด็ดขาด  และน้ำมันที่ควรใส่ในผลิตภัณฑ์สำหรับล้าง  มีที่แนะนำไม่กี่ตัว ที่ดีต่อผิว ช่วยขจัดคราบได้ดีกว่าการไม่ใส่เข้าไปร่วมด้วย  น้ำมันบางตัวไม่ถือเป็นน้ำมัน เช่น โจโจ้บา หรืออ่านแบบภาษาจริงว่า โฮโฮ่บา  อันนี้ช่วยทำความสะอาดผิวได้จริง และไม่เสี่ยงอุดตันหรือระคายเคืองครับ   ส่วนน้ำมันที่มีการใช้ทั่วไป  ส่วนใหญ่ เขาใช้เพราะมันราคาถูก หรือ มันมีข้อดีแค่บางส่วน แต่ธุรกิจเขาสนใจแค่กำไรครับ   เอาง่ายๆ อย่างผงชูรส เขายังให้เงินไปตั้งสถาบันเพื่อวิจัย และทำสำนวนให้การกินผงชูรสไม่อันตรายได้เลย ทั้งที่ความจริง มันไม่ควรกิน ถ้าเป็นหลักธรรมชาติบำบัด สารสกัดแม้จะมาจากพืช กินเดี่ยวๆ อันตรายหมดครับ  อย่างเช่น ข้าวขัดขาว ก็อันตราย  เพราะธรรมะชาติ มันให้สารชนิดหนึ่งมา มันจะมีสารที่สอดคล้องกัน ในการทำให้สารตัวนั้นกลายเป็นประโยชน์ครับ อย่างข้าว พอไปขัดขาว เอาส่วนที่สำคัญออก ก็จะส่งผลเสียมาก  ดังนั้น การกินวิตามินเสริม ที่สกัดสารเชิงเดี่ยวมาใช้ จึงส่งผลเสียมากกว่าผลดี มีผลทางงานจัยรองรับเยอะมาก  แต่ก็ยังไม่มากพอเท่าทางแพทย์แผนธรรมชาติบำบัดแนะนำไว้ อย่าง ดร.เจคอป นักบำบัดระดับโลก  หรือของไทย ดร.รสสุคนธ์  

การใช้สารอะไร หรือน้ำมันอะไร ต้องรู้เกี่ยวกับตัวมันให้รอบคอบครับ  เช่น อีฟนิ่งพิมโรส มันส่งผลต่อระบบฮอร์โมนอย่างไร ใช้กับใครได้บ้าง กับใครไม่ควรใช้ แน่นอนว่า เอกสารต่างๆ ที่บอกว่า น้ำมันนี้ดีอย่างนั้น อย่างนี้  มันเป็นการตลาดครับ ผมเรียนการตลาดมาพอดี  แถมอบรมการตลาดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และคอสเมติกมาหลายแห่งมาก  เลยรู้เล่ห์กลของพวกนี้ดีครับ   ระดับโลก เขาก็จะจ้างนักวิจัย สร้างสถาบันวิจัยเอง โดยแอบหนุนอยู่ลับๆ  แม้แต่ยาพารา นี่ทางธรรมชาติบำบัด ถือว่าร้ายแรงมาก แต่กลายเป็นของที่กินกันเกลื่อนและหมอจ่ายให้ประจำ  เด็กไม่ควรกินยาลดไข้เคมี แต่มีวิธีลดไข้ด้วยธรรมชาติง่ายๆ อย่างไร พวกเราก็โดนฝรั่งหลอกกันมาช้านานครับ

สินค้าหลายชนิด เขาบอกแต่ข้อดีของเขา แต่ไม่บอกข้อเสีย น้ำมันที่ผมแนะนำ นั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ที่เขียนคร่าวๆ และมีการอ้างอิงจากสถาบันที่น่าเชื่อถือครับ   เหมือน ทีทรีออยล์ ใครจะรู้บ้างว่า มันเกิดเป็นสารพิษเมื่อโดนแดด ซึ่งถ้าไม่ใช่นักวิชาการด้าน สุคนธบำบัดจริงๆ จะแทบไม่รู้เลยครับ  

แต่ทั้งนี้ ทุกอย่างมันมีการปรับให้เหมาะสมได้ เช่น ลาเวนเดอร์ อาจมีผลเสียต่อระบบฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งโดยเฉพาะเด็กไม่ควรใช้  แต่ก็ใช้ได้ในระดับที่เหมาะสม หรือคนผสม หรือเบลนเป็น ก็จะมีการผสมน้ำมันอื่นที่มาต้านฤทธิ์กันได้ อะไรประมาณนี้ครับ  การแนะนำ เป็นแค่เรื่องคร่าวๆ ว่าทางเจซี  วิจัยและให้รายละเอียดลึกมาก ถึงผลกระทบต่อผู้บริโภค  แต่การจะบอกละเอียดทั้งหมด  ก็คงจะเกินความจำเป็น สำหรับหลายคน เพราะเคยทำบทความละเอียดมากกว่านี้ ขนาดไม่ละเอียดมากเท่าที่ใจต้องการ ก็ปรากฎว่า คนไม่อ่าน หรือพาลไม่อ่านไปเลย เพราะมันเยอะจนลายตาครับ    สุดท้าย  เลยรู้ว่า ทำไมบางศาสนาท่านถึงไม่สอนว่าชาติหน้ามีจริง เพราะมันต้องตอบละเอียด และเสียเวลา สู้บอกว่าทำดีไปอยู่กับพระเจ้า ทำชั่วตกนรก  แค่นี้จบ ง่ายดี   ไม่งั้นก็ต้องอธิบายกันยาวเหมือนในพระไตรปิฎก ที่มีถึง 84000 แต่ก็ยังไม่เพียงพอให้คนเข้าใจว่า นรก มีจริง การกลับชาติมาเกิดมีจริงอะครับ



จริงๆ ถ้าจะคุยกันเชิงลึก ต้องคุยกันยาวอะครับ  มีอะไรไปคุยกันในกลุ่มดีกว่านะครับ แต่ไม่รับประกันว่าจะตอบให้เมื่อไหร่ เพราะผมทำงานหลายด้านมาก และช่วงนี้ พยายามปลีกวิเวก งดเข้าเน็ตอะครับ  มีเรื่องอีกเยอะที่ผมกำลังจะเขียนเป็นหนังสือไว้แจกฟรี  เพราะเท่าที่ไปบรรยายมา กับเจอคนตามที่ต่า่งๆ แล้วเล่าง่ายๆ ให้ฟังว่า สิ่งรอบตัวเรา อันตรายอย่างไร และระบบนายทุน ระบบการตลาด มันแหกตาเราอย่างไร  เหมือนพวกสินค้า ที่บอกให้กล้าท้าแดดอะครับ  ผมถือว่ามันเลวร้ายมาก สร้างค่านิยมผิดๆ  เพราะชั้นโอโซนโลกเรามันถูกทำลายจน UV มันลงมาได้มากกว่าเดิมหลายเท่า  ไม่จำเป็นจริงๆ อย่าไปท้าแดด เพราะทำลายผิวเสียได้ลึก และใช้เวลานานมากกว่าจะฟื้นตัว ยิ่งพวกไปขัดหน้า หรือใช้สารทำให้ผิวบาง เพื่อแก้ฝ้า แก้สิว อย่างที่คลินิก หรือหมอทำให้ก็ตาม  ถ้าบำรุงไม่ถึง และไปท้าแดด เท่ากับหายนะ อาจต้องใช้เวลาเป็นสิบปีเพื่อฟื้นผิวให้กลับมาแข็งแรงครับ  

ขออภัยที่ไม่รู้ว่าตอบตรงคำถามหรือเปล่า เพราะตอนนี้ กำลังปวดหัว และก็มีงานอื่นรออยู่เยอะ  คือตอบเรื่องพวกนี้ ต้องมีเวลาจริงๆ และก็ตอบทีละหัวข้อ  บางทีผมเอง ก็ งง กับคำถาม  ถ้าไปคุยกันในกลุ่ม จะมีการถามตอบกลับไปมา  จะง่ายและสะดวก กับเราทั้งคู่อะครับ และคนอื่นก็ได้อ่านด้วย   ได้ประโยชน์กันหลายฝ่าย

ปล. เขียนเพลิน ลืมไปเลยว่า จะบอกว่า เวลาไปบรรยาย หรือเล่าสั้นๆ ให้คนทั่วไปฟัง เกี่ยวกับระบบนายทุน กับหลักการตลาดนี่ ทุกคนตกใจกันหมด ตั้งแต่ระดับรากหญ้า จนถึงระดับ ดร. เลยครับ  คือ ดร. แม้จะจบสูง แต่ถ้าไม่ได้เรียนด้านเวชศาสตร์ความงาม หรือ เข้าใจหลายศาสตร์เกี่ยวกับพวกนี้จริงๆ ก็อาจหลงเป็นเหยื่อของนายทุนได้  เหมือนที่เขาบอกว่า บริษัทยา ให้เงินสนับสนุนหลักสูตรการสอนคนที่จะจบมาเป็นแพทย์แผนปัจจุบันอะครับ  ดร.ระดับเคยทำงานกับนนาซ่า เคยป่วยเดินไม่ได้ รักษาแผนปัจจุบันปีครึ่งไม่หาย  สุดท้ายเจริญสติ จิตตอบตัวเองได้ว่า ไม่รอดแน่ ขอหมอไปรักษาแผนโบราณ คือแผนจีน  สุดท้ายหายเป็นปกติ แข็งแรง   คือทุกอย่างมันเป็นธุรกิจ และเป็นเรื่องของนายทุนไปหมดแล้วครับ  แม้แต่ด้านการรักษา หรือ ระบบการศึกษา ก็เป็นธุรกิจไปหมดแล้ว  มหาวิทยาลัยเยอะแยะ เด็กเรียนจบปีละเป็นแสน แต่ถามว่า มีสักกี่คนที่รู้จักวิชาดูแลตัวเอง และวิชารู้ทันนายทุน  เพราะคนพวกนี้ มันทำได้ทุกอย่าง ที่จะทำให้สินค้าของเขาน่าเชื่อถือครับ  อย่างน้ำมันผ่านกรรมวิธี อันตรายแค่ไหน เห็นไหมว่า มันยังทำให้ทั่วโลกมาใช้กินเป็นอาหารประจำวันได้เลย โดยโฆษณาว่า ใส ไม่เป็นไข ไม่อันตราย ฯลฯ


่ว่างๆ เรียนเชิญในกลุ่มนะครับ  มีโอกาสจะได้สนทนากัน หากสงสัยยินดีตอบ  แต่อาจรอสักหน่อยนะครับ
https://www.facebook.com/groups/jzserum



1
แสดงความคิดเห็นที่ 1-1 จากทั้งหมด 1 ความคิดเห็น
ข้อความ
ชื่อผู้โพส
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ตอบกระทู้

ติดต่อ สั่งซื้อ สอบถาม

T: 086-400-9749 (9.00-20.00น.)
facebook

อ่อนโยน ปลอดภัย ได้ร่วมบุญ

9,999,999.00 บาท
  • สั่งซื้อ

MEMBER

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)
Go to Top